Mudborn หุ่นดินผี

            ซึ่งเป็นหนังผีฝั่งไต้หวัน เนื้อเรื่องที่นำเอาเทคโนโลยี VR มาเป็นส่วนนึงของเรื่องราวได้อย่างลงตัว บทภาพยนตร์ดีมาก ผูกเรื่องราวได้ลงตัวดี ยิ่งดูไป ยิ่งน่ากลัว ยิ่งระทึกใจมากขึ้น ในส่วนบรรยากาศหนัง แม้จะเป็นไต้หวัน แต่ก็มีกลิ่นไอบ้านญี่ปุ่น แถมฉากมีความน่ากลัว หลอนดีคล้าย ๆ หนังผีไทย พอสมควร ในเรื่องของความดุ โหดของผีร้ายได้เห็นภาพรุนแรง เหมือนคนถูกเล่นของ ซึ่งเป็นหนังผีที่น่ากลัวมาก  ส่วนของนักแสดงนำก็เล่นได้ดีทุกคน แสดงออกถึงสายตา ท่าทาง ส่งอารมณ์ออกมาให้คล้อยตามได้ แม้แต่ตอนถูกผีสิงเล่นซะเหมือนโดนผีสิงจริง ๆ เลย  ความเด่นของหนังอยู่ที่เป็นผีต่างประเทศที่ทำออกมาน่ากลัวไม่แพ้หนังผีไทยเลย ยิ่งดูในโรงภาพยนตร์ฉากมืด ๆ เพิ่มความน่ากลัว สยองขวัญขึ้นไปอีก คนที่ชอบหนังผีแนวเอเชียเรื่องนี้ถูกใจแน่นอน ติดให้ ****

Pillion คน/ข้าง/หลัง

            แนวรักร่วมเพศ ชาย กับ ชาย เนื้อเรื่องที่เล่าถึงแก๊งนักบิดมอเตอร์ไซค์ ที่มีพฤติกรรมชอบการร่วมเพศเดียวกัน มีความดิบระดับนึง ได้เห็นเรือนร่าง รวมถึงน้องชายของนักแสดง แม้ภาพอาจจะดูไม่สวยงามนัก ไม่ค่อยมีแนวหวานรักแบบซีรีส์วายของไทย โดยเฉพาะฉากร่วมเพศแบบอาศัยมุมกล้องบัง หลายฉากอยู่  แต่ก็ไม่ใช่แนวบ้ากามมากนัก เน้นรสนิยมการร่วมเพศ ซึ่งเป็นหนังที่เหมาะเฉพาะกลุ่มหน่อย สำหรับนักแสดงทุกคนเล่นได้ดีตามบทบาท ที่โดดเด่นก็คือ พระเอกของเรื่อง(หรือ ควรเรียก นายเอก) แฮร์รี่ เมลลิ่ง ที่เล่นได้ดีมาก ๆ ดูรักและมีบุคลิกที่ยอมคน ตามบทตัวละครอย่างเป็นธรรมชาติมาก ซึ่งความเด่นของเรื่องชัดเจนเป็นหนังเกย์ฝรั่งที่ดูแมน ๆ แต่ก็มีจุดด้อยในเรื่องไม่มีความโรแมนติกแบบซีรีส์วาย เพราะจะออกแนวตรงไปตรงมาไม่เน้นภาพสวยในการร่วมเพศของเหล่าชายรักชาย ที่อยากเน้นมีอารมณ์ทางเพศและตอบโจทย์กระตุ้นความต้องการได้แน่ แต่ถ้าชอบแนวอินเลิฟอาจไม่ตอบโจทย์ ติดให้ ** ครึ่ง

กาฬวิฬาร์ อาถรรพ์-ปีศาจ-แมวดำ

            ปีนี้มีหลายค่ายปล่อยหนังไทยออกมา แต่กาฬวิฬาร์ อาถรรพ์-ปีศาจ-แมวดำเป็นหนังไทยเรื่องแรกที่เข้าไปดู บอกตรง ๆ ว่าโปสเตอร์สวยและนักแสดงนำดี ส่วนเนื้องเรื่องถือว่าแปลกเพราะเอาแมวมาเป็นตัวเอก แต่จากที่ดูจนจบพล็อตเรื่องไม่เข้มข้นและบางฉากก็ทำไม่ถึง รวมทั้งการลำดับเหตุการณ์ไม่น่าตื่นตาตื่นใจ อีกทั้งไม่สมเหตุสมผลบางเหตุการณ์ อย่าง ฉากเพื่อนตายกลับไม่มีความกระตือรือร้นจะรีบออกจากหมู่บ้าน โปรดักชันอย่างตอนย้อนเวลาใช้ AI สร้างก็ยังไม่สวย ทั้งที่ AI มีสวยกว่านี้นะ ถ้าเทียบกับหนังผีสมัยนี้ แต่เรื่องนี้ความสยองมันไม่ถึงทั้งทำออกมาไม่สุดสักอย่าง แต่ดาราน่ะดี มันดูไม่มีฉากไหนลุ้นเลย มันดูไปเรื่อย ๆ เฉย ๆ รู้ว่าเป็นหนังผี จริง ๆ น่าจะทำให้สยองกว่านี้ รวมถึงความสมจริงของเรื่องด้วย จากที่ดูพล็อตมันง่ายไป สร้างออกมาคล้าย ๆ หนังฝรั่งกลุ่มเพื่อนไปพักร้อนแล้วโดนฆ่าตายในป่ากันทั้งหมดต่างจากเรื่องนี้มันไม่ได้โดยฆาตกรบ้าฆ่า ทว่ามีความเชื่อโบราณเข้ามาเกี่ยว ซึ่งถ้า ทำให้หลอนกว่านี้ได้ แต่มันไม่หลอนเลย อย่างตัวปีศาจก็ไม่ได้น่ากลัวอะไร บางเรื่องปีศาจไม่ค่อยออกแต่หลอนและน่ากลัวสยอง เสียดายได้ดาราดีแต่บทไม่ถึง ดูแล้วไม่หลอน ออกจะอึดอัดตรงเนื้อเรื่องยึด ติที่บทไม่ชวนติดตาม ติดให้ **

WORLDBREAKER มฤตยูแหวกโลก

            หนังออกไปทางแนวแบบ อืมมม…เหมือนกับโลกเราจะถึงจุดกาลอวสาน แต่ต้องสู้กับมนุษย์ประหลาดถ้าโดนกัดมีแผลจะติดเชื้อกลายพันธุ์อัปลักษณ์จากสัตว์ประหลาดที่โผล่มาจากใต้ดิน ในน้ำโดยมีกลุ่มคนสุดท้าย นำโดยแม่ของเด็กสาว รับบทโดย โยโววิชที่หนีเอาชีวิตรอดจากภัยธรรมชาติ ซึ่งเป็นการผิดพลาดของมนุษย์เอง ทำให้พวกมันเข้ามาได้ เนื้อหาเสียดสีคนที่ทำผิดพลาด และสอดแทรกเรื่องครอบครัว พ่อแม่รักลูก แต่พ่อต้องสอนให้ลูกแกร่ง เพื่อปกป้องตัวเองเมื่อถึงเวลาเผชิญหน้าตัวประหลาด ถือเป็นการรักลูกที่ถูกที่ถูกทาง หากไม่มีพ่อแม่คอยดูแลปกป้องก็ต้องอยู่ให้ได้และปกป้องตัวเองให้ได้ จึงเห็นลุค อีแวน สวมบทพ่อที่ต้องเป็นฝ่ายพาลูกหนี ส่วนแม่จำเป็นต้องปกป้องโลกแทน แต่ละคนมีหน้าที่จำยอมที่ต่างกัน นักแสดงถ่ายทอดให้เชื่อได้ว่าเป็นครอบครัวที่ใช้ใจกล่อมเกลาลูกมากกว่าเงินทอง ดูอย่างฉากวันเกิดลูกพ่อแม่ให้ของขวัญวันเกิดโดยใช้หนังสือพิมพ์ห่อเพราะไม่มีกระดาษห่อของขวัญสวย ๆ ฉากนั้นมันกินใจดีส่วนตัวนะ ซึ่งเป็นหนังดูได้เพลิน ๆ แนวโลกสลายหาทางเอาตัวรอดจากสัตว์ประหลาด แต่ก็มีลุ้นดีเหมือนกัน ลุ้นว่าตัวเอกจะรอดยังไง ดู ๆ จะคล้ายซีรีส์ The Last of Us พ่อฝึกให้ลูกเอาตัวรอดจากภัยธรรมชาติ และเตือนมนุษย์ให้รักษาธรรมชาติให้ดี แต่เรื่องนี้เหมือนเอาชื่อโยโววิชมาดึง เพราะเธอออกมาไม่ถึงครึ่งเรื่อง ที่เหลือเป็นพระเอกกับตัวลูกสาวที่เอาชีวิตรอด ทำให้ฉากบู๊มีน้อยเหลือเกิน ติดให้  ***

พนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา) HUMAN RESOURCE

            นี่เป็นหนังจากค่าย GDH ที่รอบนี้ เป็นเรื่องราวของ ชีวิตพนักงานฝ่ายบุคคล เฟรน ที่รับบทโดย เอิงเอย ประภามณฑล เอี่ยมจันทร์ เนื้อเรื่องเป็นแนว Feel Bad ผสม Toxic มากพอสมควร ตรงข้ามกับ DNA ที่ผ่านมาของค่าย GDH  ทว่านักแสดงทุกคนเล่นได้ตามบทที่ได้รับ แต่ที่โดดเด่นเป็นพิเศษก็คือ ตัวเอกของเรื่องอย่าง เอิงเอย เล่นได้ดีมาก ๆ ทั้งที่ต้องแสดงใบหน้าที่นิ่ง แต่กลับส่งความรู้สึกออกมาได้ชัดเจน ฉากกับเสียงในหนังบางจังหวะตั้งใจทำให้ค้างนาน หรือฉากกับเสียงมีดีเลย์กันแบบตั้งใจ ทำให้รู้สึกถึงการโดนสะกด ทั้งกดดัน เครียด อึดอัด เข้ากับบรรยากาศสังคมรอบตัวละครได้อย่างชัดเจน ชื่อเรื่องกับตัวอย่างหนังอาจจะทำให้คนเข้าใจผิด ว่าเป็นเรื่องราวของ พนักงานใหม่ แต่จริง ๆ เป็นเรื่องของ พนักงานเดิมต่างหาก บางทีชื่อ มนุษย์เงินเดือนอาจจะตรงมากกว่า มาที่ความเด่นของเรื่องคือ ความเงียบในหนัง ภาพที่ฉายค้าง เสียง ทำให้รู้สึกเครียดตามพร้อมกับกดดัน และความหนักของเนื้อเรื่องที่ ผสม Toxic มากพาให้ตึงเครียดเกินไปด้วย  ถ้าคนมีอาการซึมเศร้า คนที่อยากหาความสุข ความบันเทิงแบบ GDH หรือชอบ Feel Good  ก็ไม่เหมาะ ติดให้ ****

กิ่งแก้ว

หนังเล่นท่ายากในการเล่าเรื่องด้วยการใส่ข้อมูลแบบไม่เรียงตามลำดับเวลา จึงต้องรอให้จิ๊กซอว์แต่ละชิ้นทยอยออกมาเรื่อย ๆ จึงจะเข้าใจ ซึ่งเป็นวิธีการเล่าเรื่องที่สามารถดึงความสนใจจากคนดูได้ดีทีเดียว ถือว่าทำถึงในความเป็นดราม่า ที่ว่าด้วยชีวิตรันทดของตัวละครหลักคือ กิ่งแก้ว ซึ่งทำให้รู้สึกเห็นอกเห็นใจและสะเทือนใจไปกับชะตากรรมของกิ่งแก้ว แต่พอมาถึงช่วงทริลเลอร์ที่ตัวละครกลายเป็นผี ความสะเปะสะปะในทิศทางของการเล่าเรื่องก็นำพาให้หนังเดินลงเหว และกลายเป็นความเสียหายอย่างน่าเสียดาย  ส่วนการแสดงของ ทราย เจริญปุระ และ สายป่าน อภิญญา คือความดีงามของหนังเรื่องนี้เลยไม่ผิดอย่างที่คาดไว้ เมื่อคนแรกทำได้และทำถึงในแง่ของการดึงอารมณ์และความรู้สึกร่วมให้เกิดขึ้น ส่วนสายป่านเล่นน้อยแต่ได้มาก สามารถถ่ายทอดความรู้สึกสับสนและไม่เข้าใจให้กับคนดูได้ดีทีเดียว เรื่องราวสอนให้รู้ว่าจริง ๆ กิ่งแก้วแค่เข้าไปร่วมกับวัยรุ่น 2 คนที่ชักชวนให้ร่วมขบวนการลักพาตัวเด็กมาเรียกค่าไถ่ ซึ่งเอาจริง ๆ กิ่งแก้วไม่ได้ลงมือด้วยตัวเอง เป็นผู้ชายสองคนที่ทิ้งกิ่งแก้วให้รับเคราะห์ที่นำพาไปสู่ความตาย  ติดให้ **

RETURN TO SILENT HILL เมืองห่าผี นรกคืนชีพ

            หลังจากที่ผ่านไป 20 ปี ภาคนี้ ก็ได้กลับมาสร้างโดยผู้กำกับภาคแรก SILENT HILL คริสโตฟ์ แกนส์ ที่ใช้การเดินเรื่องตามแบบต้นฉบับในเกมส์ โดยภาคนี้ อิงกับเนื้อเรื่องเกมส์ Silent Hill 2  โดยหนังถือว่าทำออกมาได้ตรงตามฉากในเกมส์ และถ่ายทอดออกมาได้ดีมาก โดยเฉพาะบรรยากาศที่ทำออกมาได้ละเอียด แต่เรื่องราวมีความกดดันจะแตกต่างจากภาคแรก ที่ฉายปี 2006 ด้วยเนื้อเรื่องของที่มาการเข้าสู่เมือง Silent Hill แห่งนี้ ผีห่าปีศาจ เคยปรากฏตัวกันมาแล้วตั้งแต่ภาคก่อน ทำให้ความตื่นเต้น ตื่นกลัวลดลงไปในภาคนี้ ซึ่งในส่วนของบรรดาผี รูปกายทำออกมาได้ละเอียดมากขึ้น ไม่พูดถึงนักแสดงไม่ได้ เพราะทุกคนเข้าถึงทุกอารมณ์ และแสดงออกมาตรงตามต้องการในเกมส์ โดยเฉพาะ ฮันนาห์ เอมิลี่ แอนเดอร์สัน ที่ต้องเล่นมากกว่า 1 บทบาทก็เล่นออกมาได้ดีเยี่ยม ซึ่งความเด่นของหนังทำออกมาตรงตามต้นฉบับเกมส์เป๊ะ สร้างออกมาให้เห็นความสมจริง หากก็มีจุดด้อยเรื่องของความกดดัน ในการหนี น้อยกว่าภาคแรก สำหรับคนที่เคยเล่นเกมส์ ภาค 2 แล้วน่าจะฟินสุด ๆ เพราะหนังทำออกมาเคารพต้นฉบับเลย ติดให้  *** ครึ่ง

GREENLAND 2 Migration ฝ่าชะตา โลกาวินาศ

เป็นหนังภาคต่อเนื่องจากภาคแรก เนื้อเรื่องทั้งเรื่องจะเป็นบรรยากาศของโลกหลังเจอภัยพิบัติ แต่ภาคนี้จะเป็นการออกเดินทาง ตั้งแต่ กรีนแลนด์ ขึ้นฝั่งที่ลิเวอร์พูล เข้าลอนดอนข้ามไปฝรั่งเศส เพื่อไป หลุมยักษ์ ที่เชื่อกันว่า เป็นดินแดนที่มีสิ่งแวดล้อมเหมาะกับการใช้ชีวิต โดยการเดินทางจะไม่เพียงแค่หนีเศษอุกกาบาตที่ตกมาจากฟ้าเท่านั้น หากแต่ยังต้องฟันฝ่าสภาพอากาศที่รุนแรง และมนุษย์ด้วยกันเองที่พร้อมทำทุกอย่างเพื่อความอยู่รอด ทั้งฝ่ายที่แย่งชิงกัน และช่วยเหลือกัน ทำให้ถ่ายทอดบรรยากาศของเรื่องออกมาได้ดีทีเดียว เพราะเน้นให้เห็นสภาพแวดล้อมในมุมกว้าง ให้เห็นถึงสภาพเมือง ดินแดน ต่าง ๆ   ส่วนฉากภัยธรรมชาติก็มีความอลังการน้อยกว่าภาคแรก ด้วยจะเน้นไปเรื่องของปัญหาระหว่างผู้คนมากขึ้น  และที่ไม่พูดไม่ได้นั่นคือ นักแสดงนำทุกคนเล่นได้ดีมาก ทุกตัวละครถ่ายทอดอารมณ์ของบทบาทชัดเจน เด่นพอ ๆ กัน แต่ที่มากกว่าคนอื่นก็คือ เจอราร์ด พระเอกเท่านั้นที่ถือว่า เขียนบทส่งเขาได้สมดุลดีมาก ๆ ซึ่งความเด่นของหนังภาคนี้คือ บรรยากาศโลกหลังเกิดภัยพิบัติ จิตใจของมนุษย์ที่มีทั้งขาวและดำแสดงให้เห็นถึงการเอาตัวรอดกัน สำหรับฉากภัยพิบัติธรรมชาตินั้นเป็นฉากประกอบเฉย ๆ แต่ก็เหมาะกับการดูในโรงจะได้เห็นความอลังการของบรรยากาศ มุมกว้างของดินแดนได้ดี แต่ถ้าตั้งใจมาดูฉากภัยวิบัติ วินาศวอดวายอาจจะไม่อิ่มเท่าไหร่นัก ติดให้ *** ครึ่ง

บันทึก หนานจิง

            ก่อนเข้าไปดูไม่ได้รู้เรื่องราวมาก่อนเห็นแค่โปสเตอร์ พอมาดูรู้เป็นหนังจีนก็ หว่า แถมโปสเตอร์หมอง ๆ เศร้าโศก ขณะดูก็คิดว่าเป็นหนังหนักหัวแต่พอดูไป มันหนักหัวจริงนะ แต่บรรยายไม่ถูกและไม่เคยเจอมาก่อน คือปกติหนักหัวจนไม่อยากดู แถมฉากสงครามญี่ปุ่นมายึด “หนานจิง” ก็โหด ๆ ทั้งนั้นเลย ดีที่ไม่ให้เห็นฉากสะเทือนใจ อย่าง ผู้หญิงถูกทหารญี่ปุ่นข่มขืน แต่มีฉากยิงตูมตาม เทียบเป็นหนังอัตชีวสงคราม โดยภาพของหนังออกแนวโหดเหี้ยมแบบ Saving Private Ryan หนังดูโหดและ สมจริง เอฟเฟกต์ยิ่งสมจริง เสื้อผ้าก็ย้อนยุคสมัยสงคราม รวมทั้งฉากที่เกณฑ์ผู้คนมาถูกต้อนข้ามแม่น้ำแล้วญี่ปุ่นรัวยิงเห็นภาพศพเกลื่อนแม่น้ำแดงฉานด้วยเลือดมันดูหดหู่มากจริง ๆ ยังนึกในใจพอดูหนังจบเราโชคดีไม่ได้เกิดยุคนั้น เป็นหนังที่ดูแล้วหนักหัวที่ทำสมจริง แต่ไม่อยากเลิกดู  เพราะลุ้นว่าตัวเอกคนจีน นางโลม ล่ามและเจ้าของร้านถ่ายรูปจะรอดยังไง? เพราะเป็นคนจีนกลุ่มสุดท้าย แต่ร้านถ่ายรูปก็เป็นไฮไลต์ตามภาพโปสเตอร์ขาย เพราะญี่ปุ่นคนที่ถูกพามากองทัพเพื่อถ่ายภาพ แต่ดันล้างรูปไม่เป็นทำให้พระเอกที่เป็นบุรุษไปรษณีย์ตกกระไดพลอยโจนโกหกว่าเป็นผู้ช่วยเจ้าของร้านล้างรูปเลยมีชีวิตอยู่รอดเพื่อล้างรูปให้ญี่ปุ่น แต่ก็จบอย่างสะใจ เพราะรูปที่พวกญี่ปุ่นขยันถ่ายแม้แต่ภาพที่ยิงเชลยคนจีน ตัดหัวก็เป็นจุดสำคัญย้อนมาทำใหญี่ปุ่นพ่ายแพ้และถูกประหาร ในส่วนของนักแสดงกลุ่มสุดท้ายทุกคนถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้สึกออกมาพาเราเข้าไปร่วมในเหตุการณ์นั้นเลย ถือว่าการนำเสนอเรื่องราวกระชับไม่ยืดเยื้อ แม้จะเป็นหนังชีวประวัติสงครามก็ทำออกมาดีมาก มี 5 ดาว ติดเต็ม *****

พนอ 2

คือหนังภาคต่อที่คุณจำเป็นต้องดูหนังภาคแรกมาก่อน เพื่อความเข้าใจในเรื่องราวและอรรถรสในการรับชม แต่ภาคนี้ดูง่ายกว่าภาคแรกหลายเท่า ด้วยเส้นเรื่องที่ว่าด้วยเหตุการณ์และผู้คนที่ตัวละครหลักต้องพบเจอในวิทยาลัย โดยปูพื้นเรื่องราวนานและขยับเรื่องช้าในช่วงต้น แต่โทนของหนังจะค่อย ๆ ขยับเข้าไปหาความเสียวสยองทีละนิด จนเมื่อทุกอย่างพร้อมก็จัดเต็มเมื่อถึงเวลา พนออาละวาดก็จัดหนักจัดเต็มความเสียวสยอง บอกเลยว่าดูไปความเครียดพุ่งสูงขึ้น ๆ ขอพูดถึงนักแสดงตัวรองส่วนใหญ่ ให้ข้อมูลไม่มากพอที่จะทำให้เรารู้จักและเข้าใจ ก็เลยอาจจะทำให้ตัวละครขาดความน่าสนใจและมี impact กับเรื่องราวน้อยกว่าที่ควรจะเป็นไปบ้าง และพนอนี่ไม่ใช่หนังผี แต่เป็นหนังสยองขวัญที่ขายความกดดันผ่านความเป็น body horror ผสม black magic ที่สนุกและสะใจ แต่ก็มีบาดแผลอยู่พอสมควร ติดให้ ***

UNDER CURRENT ใต้เงามรณะ

หนังเล่าเรื่องราวของคนกลุ่มหนึ่งที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายไปของเงิน 200 ล้านเหรียญฮ่องกง ผ่านมุมมองของแต่ละตัวละครด้วยการสลับช่วงเวลากันไปเรื่อย ๆ โดยใช้บทสนทนาเป็นตัวขับเคลื่อนเรื่องราวเลยอาจจะทำให้มีจังหวะหน่วงและอึดอาดอยู่ประมาณหนึ่ง แต่เป็นหนังที่ต้องการให้คนดูอยู่กับมันตลอดเวลา เพราะข้อมูลจากมุมมองและช่วงเวลาที่ว่านั้นจะหลั่งไหลเข้ามา เพื่อให้ปะติดปะต่อกันไปเรื่อย ๆ  ส่วนฉากแอ็กชันมีอยู่เพียงน้อย และเป็นเพียงส่วนประกอบของเรื่องเท่านั้น จึงอย่าไปคาดหวังถึงฉากความตึงตังและตูมตาม ซึ่งถือว่าเป็นหนังฮ่องกงที่ดูยากนิดนึง ทว่าก็มีความสนุกอยู่ และอีกส่วนหนึ่งทำให้คอหนังที่ชื่นชอบหนังฮ่องกง หรือชื่นชอบนักแสดงนำในเรื่องก็ได้หายคิดถึงบ้าง ติดให้ ** ครึ่ง

Wind Breaker นักเลงผู้พิทักษ์

            มาจากการ์ตูนมังงะ และเป็นอะนิเมะมาก่อน ครั้งนี้ได้ดัดแปลงเป็นหนังมีคนแสดงจริง ๆ ส่วนเรื่องราวเกี่ยวข้องกับวัยรุ่นหัวนักเลง ที่ยกพวกตีกัน แบบช่างกลประเทศไทย แต่มีบรรยากาศแบบเมืองจำลองขึ้นมา ให้ความรู้สึกอบอุ่นมากกว่าจะตึงเครียด ฉากที่ทำขึ้นมาถือว่าทำได้ดีทีเดียว แต่ผู้คนดูน้อยผิดธรรมชาติไปหน่อย คือ ดูเหมือนเมืองจริงและเมืองจำลองในเวลาเดียวกัน  ส่วนนักแสดงตัวเอกทุกคนเล่นได้สมบทบาทมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ถูกวางไว้ในคาแร็กเตอร์ และที่ขาดไม่ได้คือ ฉากการต่อสู้ ทำออกมาได้สนุกสมจริง มีมุมกล้องถ่ายออกมาสวย อีกทั้งถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดของแต่ละตัวละครได้ดีเยี่ยม เรื่องความเด่นของหนังตรงความเป็นกลุ่มนักเลงวัยรุ่นตีกัน ที่ดูแบบ โลกสวย Feel Good แบบนั้น ซึ่งคนที่เคยอ่านมังงะเรื่องนี้น่าจะถูกใจ เพราะพอทำเป็นหนังก็ถ่ายทอดได้ดี นักเรียน นักเลง เด็กช่างกล ก็น่าดูนะ เพราะสอดแทรกตัวอย่างที่ดีเลยล่ะ ติดให้ *** ครึ่ง

ปันหยี I.Sea.You

            ภาพยนตร์ที่ได้รับทุนสนับสนุนจาก กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ในปี 2566 หนังได้นำเอาชื่อ “เกาะปันหยี” ที่เป็นตำบลลอยน้ำกลางทะเล ของชาวประมงมุสลิม ในจังหวัดพังงามาเป็นฉากถ่ายทำหลัก เนื้อเรื่อง เกี่ยวกับ แพทย์อินเทิร์น ที่ต้องไปใช้ทุน ชื่อ พาร์ค ที่ยังคงทำตัว ไม่ค่อยสมกับการเป็นหมอมืออาชีพเท่าที่ควร จนกระทั่งต้องถูกส่งมาเป็นหมอที่เกาะแห่งนี้ บทภาพยนตร์ดีตัวเอกค่อย ๆ แสดงให้เห็นถึง พัฒนาของหมอพาร์คได้ดีมาก รวมถึงการนำเสนอมิตรภาพ ความอบอุ่น สร้างความผูกพัน ความเข้าใจกันของชุมชนมุสลิม รวมถึงถ่ายทำสถานที่ต่าง ๆ ที่สามารถนำเสนอออกมากระตุ้นให้อยากไปเที่ยวและกระตุ้นการท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี  ส่วนนักแสดง พระเอกกับนางเอกนั้นค่อนข้างยังเล่นได้แข็งอยู่ ดูไม่เป็นตัวเองเท่าไหร่ แต่ชาวบ้านตัวประกอบที่มาเข้าฉากเสริมเรื่องราวเล่นเป็นธรรมชาติกว่า แต่มองอีกมุมก็ทำให้รู้สึกได้ว่า นี้เป็นธรรมชาติที่แท้จริงของคนในพื้นที่ สำหรับความโดเด่นของหนังคือ ธรรมชาติของผู้คนในท้องถิ่น และเห็นการพัฒนาการเติมโตของหมอที่ถูกย้ายมาเรียนรู้ชีวิตและเข้าใจอาชีพของตนมากยิ่งขึ้น ถือว่าเนื้อหาทำออกมาอบอุ่น พร้อมให้แง่คิดชีวิตในการพัฒนาจิตใจ แถมกระตุ้นกิเลส เรา ๆ ให้อยากไปสัมผัส เกาะปันหยี สักครั้ง ติดให้ ***

ใส่ความเห็น

You missed